สมัคร Holiday Palace หยุดไม่อยู่ ! เรือใบ ฟอร์มแรง บุกดับ อัซซูร่า สุดมันส์ 4-2 เข้ารอบ 16 ทีม

สมัคร Holiday Palace

รายการ: ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, รอบแบ่งกลุ่ม, กลุ่ม เอฟ, นัด 4
วัน และ เวลาทำการแข่งขัน: วันพุธ ที่ 1 พ.ย. 2560
ผลการแข่งขัน: นาโปลี (อิตาลี) 2-4 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (อังกฤษ)
สนาม: ซาน เปาโล
เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมของศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นที่แน่นอนแล้วหลังบุกชนะ นาโปลี ถึงถิ่น ซาน เปาโล 4-2

สมัคร Holiday Palace เริ่มมา 5 นาทีเศษ เจ้าถิ่นได้ทักทายก่อน เมื่อ มาเร็ค ฮัมซิค กองกลาง นาโปลี สับไกนอกกรอบเขตโทษด้วยเท้าซ้าย แต่บอลไปตรงตัว เอแดร์สัน นายทวารของ แมนฯ ซิตี้

4 นาทีต่อมา ฮัมซิค เจ้าเก่าลองยิงไกลอีกครั้งด้วยเท้าขวา แต่บอลเหินข้ามคานออกไปเยอะ

เจ้าถิ่นยังคงบุกกดดันต่อเนื่อง โดย มาเร็ค ฮัมซิค แทงทะลุช่องเข้ามาในกรอบเขตโทษให้กับ ดรีส เมอร์เทนส์ กองหน้าตัวจี๊ดหลุดเข้าไปยิง แต่บอลมันเบาไปหน่อย เอแดร์สัน รับเอาไว้ได้สบาย ๆ

และแล้วเจ้าบ้าน นาโปลี ก็มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้ หลังพยายามบุกกดดันอยู่ฝ่ายเดียว โดยนาทีที่ 21 ลอเรนโซ่ อินซินเย่ กระชากบอลเข้ามาก่อนทำชิ่งกับ เมอร์เทนส์ หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนที่ อินซินเย่ จะเอี้ยวตัวแล้วแปด้วยขวา บอลผ่านตัว เอแดร์สัน เสียบมุมเข้าไปอย่างสวยงาม

SSC Napoli v Manchester City – UEFA Champions League
อินซินเย่ ยิงให้ นาโปลี ออกนำ 1-0 [Getty]

นาทีที่ 31 ทีม อัซซูร่า โชคร้าย เมื่อ ฟาอูซี่ กูล็อม แบ็กซ้ายคนสำคัญได้รับบาดเจ็บ โดย เมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือนาโปลี ตัดสินใจส่ง คริสเตียน มาจโจ้ ลงมาแทน

SSC Napoli v Manchester City – UEFA Champions League
โอตาเมนดี้ โขกตีเสมอให้กับ แมนฯ ซิตี้ 1-1 [Getty]

หลังจากพยายามทวงประตูคืนอยู่พักหนึ่ง ซิตี้ ก็มาได้ประตูตีเสมอ 1-1 จนได้ จากจังหวะเตะมุม โดยนาทีที่ 34 อิลคาย กุนโดกัน รับบอลมาจาก เควิน เดอ บรอยน์ ก่อนที่ กุนโดกัน จะครอสบอลจากริมเส้นฝั่งขวาเข้ามาในกรอบเขตโทษ และเป็น นิโกลัส โอตาเมนดี้ ขึ้นโหม่งเข้าไป

จู่ ๆ เจ้าบ้านช็อตไปดื้อ ๆ โดย 5 นาทีต่อมา แมนฯ ซิตี้ เกือบได้ประตููขึ้นนำ เมื่อ อิลคาย กุนโดกัน เปิดบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษกะจะให้กับ โอตาเมนดี้ ที่เติมขึ้นมา แต่บอลไปเข้าทาง จอห์น สโตนส์ โหม่งจากระยะ 16 หลา แต่บอลไปชนคานอย่างน่าเสียดาย

จบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 1-1

ครึ่งหลังเริ่มต้นมาเพียง 3 นาที ทีมเยือน แมนฯ ซิตี้ ได้ประตูแซงนำ 2-1 จากจังหวะเตะมุม โดย เลรอย ซาเน่ เปิดบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษ และเป็น จอห์น สโตนส์ ที่เทคตัวขึ้นโหม่งเข้าไป

SSC Napoli v Manchester City – UEFA Champions League
สโตนส์ โหม่งให้ ซิตี้ นำ 2-1 [Getty]

นาทีที่ 56 เจ้าถิ่นเกือบได้ประตูตีเสมอ เมื่อ ลอเรนโซ่ อินซินเย่ ทดลองยิงไกลด้วยขวาแต่บอลไปชนคานอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 62 ทีมเยือน ซิตี้ เสียจุดโทษ เมื่อ ซาเน่ ไปทำฟาวล์ ราอูล อัลบิโอล กองหลังทีมอัซซูร่า และเป็น จอร์จินโญ่ ที่สังหารเข้าไป นาโปลี ตีเสมอเป็น 2-2

SSC Napoli v Manchester City – UEFA Champions League
จอร์จินโญ่ ตีเสมอให้ นาโปลี 2-2 [Getty]

5 นาทีถัดมา นาโปลี เกือบแซงนำ ดรีส เมอร์เทนส์ แทงบอลทะลุช่องให้กับ โฆเซ่ กาเยฆ่อน หลุดเดี่ยวเข้าไปยิงด้วยเท้าขวา แต่ เอแดร์สัน ปัดเอาไว้ได้ เป็นลูกเตะมุมของเจ้าบ้าน

ต่อเนื่องจากจังหวะเตะมุม นาทีที่ 69 แมนฯ ซิตี้ ได้ประตูออกนำอีกครั้ง เป็น 3-2 จากจังหวะสวนกลับเร็ว โดย เลรอย ซาเน่ กระชากบอลครึ่งสนามไปด้วยความเร็ว แนวรับ นาโปลี เข้าสกัดบอล แต่บอลดันมาเข้าทาง เซร์คิโอ อเกวโร่ ก่อนที่ กุน จะซัดด้วยขวาเข้าไป

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เรือใบสีฟ้า มาได้ประตูเพิ่มเป็น 4-2 จากจังหวะสวนกลับเร็วอีกครั้ง โดย เควิน เดอ บอรยน์ จ่ายบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษให้กับ ราฮีม สเตอร์ลิง ก่อนที่เจ้าตัวจะซัดเข้าไป

จบเกม แมนฯ ซิตี้ บุกมาชนะ นาโปลี ถึงถิ่น 4-2 เก็บ 12 คะแนนเต็ม จาก 4 เกมที่ลงเตะ ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายเป็นที่เเน่นอนแล้ว

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม:

นาโปลี: โฆเซ่ เรน่า; เอเซอิด ฮีซาย, ราอูล อัลบิโอล, กาลิดู กูลิบาลี่ (ใบเหลือง), ฟาอูซี่ กูล็อม (ถูกเปลี่ยนตัวออก น.31); อัลลัน (ถูกเปลี่ยนออก น.75), จอร์จินโญ่ (ผู้ทำประตูจากจุดโทษ น.62, ถูกเปลี่ยนออก น.82), มาเร็ค ฮัมซิค; โฆเซ่ กาเยฆ่อน, ดรีส เมอร์เทนส์ (ใบเหลือง), ลอเรนโซ่ อินซินเย่ (ผู้ทำประตู น.21)

สำรอง: ลุยจิ เซเป้, ปิโอเตอร์ ซีลินสกี้, วลาด ชิริเชส, คริสเตียน มาจโจ้ (ลงมาแทน กูล็อม น.31), มาร์โก ร็อก (ลงมาแทน อัลลัน น.75), อดัม อูนาส (ลงมาแทน จอร์จินโญ่ น.82), อมาดู ดิยาวาร่า

กุนซือ: เมาริซิโอ ซาร์รี่

SSC Napoli v Manchester City – UEFA Champions League
[Getty]

แมนฯ ซิตี้: เอแดร์สัน; ฟาเบียน เดลฟ์, นิโกลัส โอตาเมนดี้ (ผู้ทำประตู น.34, โดนใบเหลือง), จอห์น สโตนส์ (ผู้ทำประตู น.48), ดานิโล่; อิลคาย กุุนโดกัน (ถูกเปลี่ยนออก น.71), แฟร์นันดินโญ่, เควิน เดอ บรอยน์; เลรอย ซาเน่ (ถูกเปลี่ยนออก น. 90), เซร์คิโอ อเกวโร่ (ผู้ทำประตู น.69, ถูกเปลี่ยนออก น.76), ราฮีม สเตอร์ลิง (ผู้ทำประตู น.90+2)

สำรอง: เคลาดิโอ บราโว่, ไคล์ วอล์คเกอร์, เอเลียควิม ม็องกาล่า, แบร์นาร์โด้ ซิลวา (ลงมาแทน อเกวโร่น.76), ดาบิด ซิลบา (ลงมาแทน กุนโดกัน น.71), กาเบรียล เชซุส (ลงมาแทน ซาเน่ น.90), ยาย่า ตูเร่

ผู้จัดการทีม: เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

ผู้ตัดสิน: เฟลิกซ์ บรึช (เยอรมัน)